| หน้าแรก | ดูรถทั้งหมด | รู้เรื่องรถ | ติดต่อเรา |

         
 

ความรู้เรื่องการทำประกันภัยรถยนต์

  
 

 

กรมการประกันภัย แบ่งการประกันภัยออกเป็น

การประกันภัยรถภาคบังคับ
การประกันภัยรถภาคสมัครใจ
การประกันภัยรถภาคบังคับ
โดยมีรายละเอียด ดังนี้

การประกันภัยรถภาคบังคับ (Compulsory Motor Insurance)
หมายถึงการประกันภัยรถประเภทที่กฎหมายให้เจ้าของรถซึ่ง
ใช้หรือมีรถไว้เพื่อใช้ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับ
ผู้ประสบภัย โดยประกันภัยกับบริษัทตามกฎหมาย
ว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ
กิจการประเภทการประกันภัยรถ
โดยรัฐบาลมีเจตจำนงเพื่อให้เกิดความคุ้มครองแก่ชีวิตร่างกาย
ของประชาชนที่ประสบภัยเป็นสำคัญ

ประเภทรถที่ต้องทำ พ.ร.บ.
รถที่ต้องทำประกันภัยตาม พ.ร.บ. ได้แก่ รถทุกชนิดทุกประเภท
ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก
กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหารที่เจ้าของมีไว้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้
ไม่ว่ารถดังกล่าวจะเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า
หรือพลังงานอื่น เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อเครื่อง
รถยนต์โดยสาร รถบรรทุก หัวรถลากจูง รถพ่วง
รถบดถนน รถอีแต๋น ฯลฯ
ดังนั้น รถบางประเภทที่กรมการขนส่งทางบกไม่รับจดทะเบียน
แต่หากเข้าข่ายว่ารถนั้น เดินด้วยกำลังเครื่องยนต์กำลังไฟฟ้าหรือ
พลังงานอื่น ให้จัดเป็นรถที่ต้องทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.

รถที่ได้ทำการยกเว้นไม่ต้องทำประกันภัย พ.ร.บ.
1. รถสำหรับเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ พระรัชทายาท
และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
2. รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียน และมีเครื่องหมาย
ตามระเบียบที่เลขาธิการพระราชวังกำหนด
3. รถของกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการต่าง ๆ รถยนต์ทหาร
4. รถของหน่วยงานธุรการขององค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ
และหน่วยงานธุรการที่เป็นอิสระขององค์กรใด ๆ ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

ผู้มีหน้าที่รับประกันตาม พ.ร.บ.
1. ผู้ประสบภัยจากรถอันได้แก่ ประชาชนทุกคนที่ประสบภัยจากรถ
ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสารคนเดินเท้า หากได้รับความเสียหาย
แก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุที่เกิดจากรถ
ก็จะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. นี้
2. ทายาทของผู้ประสบภัยข้างต้น กรณีผู้ประสบภัยเสียชีวิต

กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย
กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง
ผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มีหน้าที่จ่ายค่าเสียหาย
เบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย หากผู้ประสบภัยไม่ได้รับการชดใช้จากบริษัท
ประกันภัย หรือเจ้าของรถที่ไม่จัดให้มีประกันภัย หรือไม่สามารถเรียกร้อง
จากที่ใดได้ เช่น รถชนแล้วหนี หรือเจ้าของรถที่ไม่จัดให้มีประกันภัย
ไม่จ่ายค่าเสียหาย ฯลฯ โดยค่าเสียหายเบื้องต้นที่สามารถจ่ายได้
คือ ค่ารักษาพยาบาลกรณีได้รับบาดเจ็บตามที่รักษาจริง
ไม่เกิน 15,000 บาท และค่าปลงศพกรณีเสียชีวิต จำนวน 35,000 บาท
แต่หากผู้ประสบภัยได้รับบาดเจ็บและต่อมาเสียชีวิตในภายหลัง
ผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตจะได้รับค่ารักษาพยาบาล
ตามที่รักษาจริงไม่เกิน 15,000 บาท และค่าปลงศพ จำนวน 35,000 บาท
ซึ่งรวมแล้วไม่เกินจำนวน 50,000 บาท การยื่นขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น
จากกองทุนฯ ผู้ประสบภัยหรือทายาทต้องยื่นภายใน 180 วัน
นับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น

การประกันภัยรถภาคสมัครใจ
เป็นการประกันภัยรถที่กฎหมายไม่ได้บังคับ ขึ้นอยู่กับความพอใจ
ของผู้เอาประกันภัยที่เห็นถึงความเสี่ยงภัยแห่งตน และมีความคิดที่จะ
กระจายความเสี่ยงภัยออกไปยังบุคคลอื่น คือการประกันภัยไว้กับบริษัท
ผู้รับประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัย สามารถเลือกซื้อความคุ้มครอง
ตามประเภทที่ผู้เอาประกันภัยประสงค์ โดยบริษัทประกันภัยจะออก
กรมธรรม์ประกันภัย ให้ไว้เป็นหลักฐาน โดยมีความคุ้มครอง เงื่อนไข
และข้อยกเว้นตามแบบที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบ

การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

การประกันภัยประเภท 1 (Comprehensive) บริษัทจะจ่าย
ค่าสินไหมทดแทน ดังนี้

o คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิตร่างกายบุคคลภายนอก รวมถึง
ผู้โดยสารในรถยนต์คันเอาประกันภัยด้วย

o คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

o คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์

o คุ้มครองความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์

การประกันภัยประเภท 2
คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และความสูญหายและ
ไฟไหม้ของตัวรถยนต์ ตามข้อ 1) 2) และ 4)

การประกันภัยประเภท 3
คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ตามข้อ 1) และ 2)
    

 
   

 

     
 
       
         

เอเซีย ยูสด์ คาร์

207 หมู่ 8 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท 17150

Copyright © 2010. All rights reserved.  Contact : webmaster@asiausedcar.com